จริงหรือ? คนขี่มอไซค์ฯ มีโอกาสถูก "ฟ้าผ่า" มากกว่ารถยนต์ ในช่วงฝนฟ้าคะนอง!

จริงหรือ? คนขี่มอไซค์ฯ มีโอกาสถูก "ฟ้าผ่า" มากกว่ารถยนต์ ในช่วงฝนฟ้าคะนอง!

จริงหรือ? คนขี่มอไซค์ฯ มีโอกาสถูก "ฟ้าผ่า" มากกว่ารถยนต์ ในช่วงฝนฟ้าคะนอง!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เตือนภัยฝนตกหนัก! ทำไมขี่มอเตอร์ไซค์กลางฝนฟ้าคะนอง ถึงเสี่ยงโดน "ฟ้าผ่า" พร้อมกฎเหล็กเอาชีวิตรอด

เหตุการณ์สลดและเตือนภัยเกิดขึ้นในจังหวัดเหงะอาน (Nghệ An) ประเทศเวียดนาม เมื่อหญิงคนหนึ่งกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่กลางสายฝนที่ตกหนัก แต่แล้วกลับมีประกายไฟจากสายฟ้าแลบผ่าลงมาใกล้ตัวอย่างจังหวะไม่คาดคิด จนแรงกระแทกทำให้เธอล้มลงกับพื้นถนนอย่างแรง โชคดีที่ชาวบ้านรอบข้างเร่งพาตัวส่งโรงพยาบาลฉุกเฉินอย่างทันท่วงที โดยแพทย์ระบุว่าได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจากแรงกระแทกและมีแผลไหม้ที่มือขวา เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจถึงอันตรายของการเดินทางสัญจรขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง


ทำไมการขี่มอเตอร์ไซค์หรือเดินกลางแจ้ง ถึงเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่า?

ดร.เหงียน ซวน อัญ (TS Nguyễn Xuân Anh) ผู้อำนวยการสถาบันธรณีฟิสิกส์ สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งเวียดนาม ได้อธิบายถึงปัจจัยความเสี่ยงไว้ว่า ในช่วงเวลาที่เกิดฝนฟ้าคะนอง ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการหลบอยู่ภายในอาคารที่มีระบบป้องกันฟ้าผ่า แต่หากมีความจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเดินทางอยู่บนท้องถนน ให้พึงระวังอันตรายจากปัจจัยต่อไปนี้:

  • ความสูงของตัวบุคคล: การสัญจรด้วยการเดิน สี่ขา รถจักรยาน หรือรถจักรยานยนต์ กลางพื้นที่โล่งแจ้ง เช่น ทุ่งนา หรือที่ราบกว้าง จะมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะร่างกายหรือยานพาหนะของเราจะกลายเป็น "จุดที่สูงที่สุด" ในบริเวณนั้น ซึ่งดึงดูดสายฟ้าได้ง่าย
  • ถนนในเมือง vs พื้นที่โล่ง: แม้การขับขี่บนถนนในเมืองที่มีอาคารสูงหรือเสาไฟฟ้าจะเสี่ยงน้อยกว่า เพราะสายฟ้ามักลงที่สิ่งก่อสร้างสูงๆ ก่อน แต่นักบิดก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเจอกับ "ฟ้าผ่าเฉียง" (Side Flash) หรือคลื่นเสียงกระแทกทรงพลังที่ส่งผลกระทบต่อแก้วหูได้เช่นกัน
  • รถยนต์มิดชิดปลอดภัยกว่า: สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์หลังคามิดชิด ตัวถังโลหะจะช่วยกระจายประจุไฟฟ้าลงสู่พื้นรอบๆ ตัวรถ (กรงฟาราเดย์) จึงปลอดภัยกว่ามาก แต่สำหรับรถจักรยานยนต์หรือรถเปิดประทุน สายฟ้าสามารถผ่าเข้าโดยตรงถึงตัวบุคคลได้ทันที

รู้จัก 5 ช่องทางที่ "สายฟ้า" สามารถเข้าถึงตัวเรา

ปกติแล้ว กระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าสามารถทำอันตรายมนุษย์ได้ผ่าน 5 เส้นทางหลัก:

  1. ผ่าโดยตรง (Direct Strike): สายฟ้าวิ่งจากเมฆลงสู่ร่างกายโดยตรง
  2. ผ่าเฉียง/ผ่าแลบ (Side Flash): สายฟ้าผ่าใส่สิ่งวัตถุใกล้เคียง แล้วกระโดดข้ามอากาศมาโดนตัวคน
  3. การสัมผัส (Conduction): สายฟ้าผ่าใส่วัตถุ แล้วกระแสไฟฟ้าไหลผ่านวัตถุนั้นมาสู่คนที่กำลังจับหรือสัมผัสอยู่
  4. แรงดันไฟฟ้าที่พื้น/กระแสวิ่งตามพื้น (Step Voltage): กระแสไฟฟ้าผ่าลงพื้นแล้วกระจายไปตามพื้นดินเข้าสู่ร่างกายผ่านเท้า
  5. ไหลตามสายเคเบิล (Streamer/Cable): กระแสไฟวิ่งมาตามสายโทรศัพท์บ้าน สายไฟ หรือปลั๊กไฟที่เชื่อมต่อกับภายนอก

กฎเหล็กความปลอดภัย รับมือฝนฟ้าคะนอง

1. กฎ "มอง-ฟัง 30 วินาที"

หากคุณเห็นแสงฟ้าแลบ แล้วได้ยินเสียงฟ้าร้องตามมาในเวลา น้อยกว่า 30 วินาที นั่นหมายความว่าฟ้าผ่าอยู่ใกล้ตัวมากและมีความเสี่ยงสูงมาก (สายฟ้าสามารถผ่าไกลจากจุดที่ฝนตกได้ถึง 15–20 กิโลเมตร) ให้รีบหาที่หลบภัยที่ปลอดภัยทันที

2. ปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อติดอยู่กลางแจ้ง?

  • ห้ามใช้ต้นไม้ใหญ่เป็นที่หลบฝนโดยเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงวัตถุที่เป็นโลหะ เช่น รั้วเหล็ก รถจักรยาน หรือรถจักรยานยนต์
  • หากอยู่ในพื้นที่โล่ง ให้หาจุดที่ต่ำและแห้ง นั่งยองๆ ก้มตัวลง เอามือจับคอหรืออุดหู
  • การแตะพื้นให้น้อยที่สุด: เขย่งเท้าให้ส้นเท้าชิดกัน โดยให้ส่วนของร่างกายสัมผัสพื้นดินน้อยที่สุด (ห้ามนอนราบหรือเอามือแตะพื้นเด็ดขาด)
  • หากเดินทางเป็นกลุ่ม ให้กระจายตัวนั่งห่างๆ กัน
  • สัญญาณเตือนวิกฤต: หากรู้สึกว่าขนแขนหรือเส้นผมลุกชี้ฟ้า (คล้ายมีไฟฟ้าสถิต) แสดงว่าฟ้ากำลังจะผ่าลงบริเวณนั้น ให้ทำท่า นั่งยองเซฟตัวเอง ทันที

3. ข้อควรระวังเมื่อหลบอยู่ภายในบ้าน

อยู่ห่างจากประตู หน้าต่าง และวัตถุโลหะ ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด หลีกเลี่ยงบริเวณที่เปียกชื้น เช่น ห้องน้ำ หรืออ่างน้ำ และเว้นระยะห่างจากสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างน้อย 1 เมตร

ข้อเตือนใจหลังพายุสงบ: หลังได้ยินเสียงฟ้าร้องครั้งสุดท้าย ควรรออย่างน้อย 30 นาที ก่อนจะออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งตามปกติ เพื่อให้แน่ใจว่าพายุและประจุไฟฟ้าลอยผ่านไปอย่างสมบูรณ์แล้ว
สรุป: เมื่อเห็นสัญญาณพายุฝนตั้งเค้า ลมกระโชกแรง หรือเมฆครึ้ม หากขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ ควรรีบหาที่หลบฝนในอาคารที่มั่นคงแข็งแรงทันที อย่าฝืนขี่ลุยฝนกลางพื้นที่โล่ง เพราะอันตรายจากฟ้าผ่าอาจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาที

 

 

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล